News

รอยร้าวบนขบวนรถไฟด่วน: เมื่อคู่หมั้นสละที่นั่งของฉันให้เด็กฝึกงาน

ฉันจึงอุ้มท้อง 12 สัปดาห์ก้าวลงจากรถไฟ ยกเลิกงานแต่งงาน และปล่อยให้เขารอเก้อที่บอสตันตลอดกาล!

ความคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนถึงจุกหลอดลม ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกลืนความขมปร่าลงไป ขณะที่สองเท้าก้าววิ่งอย่างทุลักทุเลผ่านฝูงชนขวักไขว่ในสถานีรถไฟเพนน์สเตชัน (Penn Station) มหานครนิวยอร์ก นาฬิกาข้อมือบอกเวลาว่าฉันมาสายไป 3 นาทีแล้ว เหงื่อเย็นๆ ซึมชื้นตามกรอบหน้า อาการแพ้ท้องในช่วง 12 สัปดาห์แรกทำเอาร่างกายของฉันอ่อนล้าจนแทบจะหมดสติ แต่ฉันก็ต้องกัดฟันลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กเพื่อไปให้ทันรถไฟด่วนขบวนที่จะมุ่งหน้าสู่เมืองบอสตัน (Boston)

บอสตัน… เมืองที่เราสองคนวางแผนจะจัดงานแต่งงานเล็กๆ แต่อบอุ่นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

‘ภพ’ คู่หมั้นของฉันเดินทางล่วงหน้ามาก่อนเพื่อจัดการเรื่องงานที่ออฟฟิศของเขาสาขาบอสตัน และเรานัดเจอกันบนรถไฟขบวนนี้ เขารู้ดีว่าฉันแพ้ท้องหนักมาก หนักชนิดที่ว่าแค่นั่งรถยนต์กลิ่นเบาะก็ทำให้ฉันอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง เขาจึงเป็นคนอาสาจองตั๋วรถไฟชั้นเฟิร์สคลาส และย้ำนักย้ำหนาว่าเขาจอง ‘ที่นั่งริมหน้าต่าง’ ไว้ให้ฉันโดยเฉพาะ เพื่อให้ฉันได้มองวิวและสูดอากาศ (แม้จะเป็นเพียงอากาศแอร์ในรถไฟ) เพื่อบรรเทาอาการวิงเวียน

เมื่อฉันวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงชานชาลา โชคดีที่รถไฟขบวนนี้ดีเลย์ไปเล็กน้อย ประตูตู้โดยสารยังคงเปิดรอรับผู้โดยสารที่ตกค้าง ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก้าวเท้าขึ้นไปบนขบวนรถไฟด้วยความหวังว่าจะได้ทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่มๆ เอนหลัง และหลับตาพักผ่อนให้หายจากอาการปั่นป่วนในท้อง

ฉันเดินลากกระเป๋ามาตามทางเดินในตู้โดยสารชั้นหนึ่ง สายตากวาดมองหาหมายเลขที่นั่งที่ภพส่งมาให้ทางข้อความ และแล้วฉันก็เห็นเขา… ภพนั่งอยู่ที่เบาะริมทางเดิน แผ่นหลังกว้างที่ฉันคุ้นเคยกำลังโน้มเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

รอยยิ้มโล่งใจของฉันผุดขึ้นมา แต่เพียงเสี้ยววินาที… รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างและจางหายไป

ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง… ที่นั่งที่ภพบอกว่าจองไว้ให้ภรรยาที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขา กลับมีร่างบอบบางของ ‘ริน’ นักศึกษาฝึกงานสาวสวยที่เพิ่งเข้ามาทำงานในแผนกของเขาเมื่อสองเดือนก่อน นั่งอยู่ตรงนั้น รินกำลังหลับตาพริ้ม หูฟังเสียบอยู่ที่หู และที่ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบคือ… เสื้อเบลเซอร์สูทตัวเก่งของภพ ถูกนำมาคลุมทับบนลาดไหล่ของเด็กฝึกงานคนนั้นอย่างทะนุถนอม เพื่อกันความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ

ฉันยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น มือที่จับร่องกะบังกระเป๋าเดินทางสั่นเทา ความรู้สึกวิงเวียนจากอาการแพ้ท้องถูกแทนที่ด้วยความชาหนึบที่แล่นปราดไปทั้งหัวใจ

“ภพ…” ฉันเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่แหบพร่า

ภพสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันมามองฉัน นัยน์ตาของเขาไม่มีความดีใจที่เห็นฉันมาทันเวลา แต่กลับมีความหงุดหงิดระคนรำคาญใจฉายชัดอยู่บนนั้น

“มาเลทไปตั้งสามนาทีนะนิสา ผมนึกว่าคุณจะตกรถไฟไปแล้วซะอีก” เขาทักทายฉันด้วยคำตำหนิ

ฉันพยายามควบคุมสติ ไม่โวยวาย ไม่สาดอารมณ์ ฉันชี้มือไปที่รินซึ่งตอนนี้นั่งลืมตาขึ้นมามองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “นั่นมันที่นั่งของนิสานะภพ นิสาแพ้ท้องหนักมาก คุณก็รู้ว่านิสานั่งที่แคบๆ หรือที่ริมทางเดินไม่ได้ นิสาเวียนหัว”

ภพถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำหน้าราวกับฉันเป็นเด็กงี่เง่าที่กำลังเรียกร้องความสนใจ เขาลุกขึ้นยืนขวางระหว่างฉันกับเด็กฝึกงานของเขา

“อย่าทำตัวงี่เง่าตอนนี้น่า นิสา” ภพกดเสียงต่ำ “น้องรินเขาเมารถไฟ เขาเวียนหัวและหน้ามืด ผมเลยให้เขามานั่งริมหน้าต่างจะได้รู้สึกดีขึ้น คุณเดินไปหาที่นั่งว่างๆ ตู้ข้างหลังโน่นไป ตรงนั้นน่าจะมีที่เหลืออยู่… เสียสละให้น้องเขาหน่อยเถอะ น้องเขาจำเป็นต้องนั่งตรงนี้มากกว่าคุณนะ”

คำพูดของเขาเหมือนไม้หน้าสามที่ฟาดลงมากลางแสกหน้า

เสียสละให้น้องเขาหน่อย… น้องเขาจำเป็นต้องนั่งตรงนี้มากกว่าคุณนะ…

ฉันก้มลงมองหน้าท้องของตัวเองที่เริ่มนูนออกมาเล็กน้อย ฉันอุ้มท้องลูกของเขามา 12 สัปดาห์ อาเจียนจนน้ำหนักลดไปสามกิโลกรัม นอนซมอยู่กับเตียงมาหลายวันเพื่อประคับประคองชีวิตเล็กๆ นี้ไว้ แต่ผู้ชายที่เป็นพ่อของเด็ก เป็นคู่หมั้นที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า กลับบอกให้ฉัน… ผู้หญิงท้องที่กำลังหน้าซีดเผือด หิ้วกระเป๋าใบใหญ่ ไปเดินหาที่นั่งสำรองที่ตู้ข้างหลัง เพียงเพราะ ‘เด็กฝึกงาน’ ของเขาเมารถไฟงั้นหรือ?

ฉันเงยหน้าขึ้นมองภพ มองข้ามไหล่เขาไปเห็นรินที่กำลังดึงเบลเซอร์ของเขาให้กระชับตัวขึ้น พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะเย้ยหยันมาให้ฉัน

ในวินาทีนั้นเอง… เมฆหมอกแห่งความรักและความผูกพันตลอด 5 ปีที่ผ่านมาได้มลายหายไปจนหมดสิ้น ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธจนอยากจะกรีดร้อง ไม่ได้อยากจะเข้าไปตบตีแย่งชิงที่นั่งคืนมา แต่ฉันรู้สึก ‘ตาสว่าง’ อย่างแท้จริง ฉันมองเห็นอนาคตของตัวเองได้อย่างชัดเจนว่า ถ้าฉันยังดันทุรังแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ ฉันและลูกจะต้องกลายเป็นพลเมืองชั้นสองในชีวิตของเขาตลอดไป

“เข้าใจแล้วค่ะ” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและเย็นเยียบที่สุดในชีวิต

ภพขมวดคิ้วเล็กน้อย คงแปลกใจที่ฉันไม่อาละวาดเหมือนที่เขาคาดไว้ “ดีแล้ว เดินไปหาที่นั่งซะสิ เดี๋ยวรถไฟก็จะออกแล้ว”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ”

ฉันหมุนตัวกลับหลังหัน ลากกระเป๋าเดินทางใบนั้นก้าวเดินกลับไปที่ประตูตู้โดยสาร

“นิสา! คุณจะไปไหน!” เสียงของภพตะโกนไล่หลังมา

ฉันก้าวเท้าลงจากรถไฟ เหยียบลงบนชานชาลาของสถานีเพนน์สเตชันในจังหวะเดียวกับที่เสียงสัญญาณเตือนปิดประตูดังขึ้น ฉันหันกลับไปมองภพที่หน้าตาตื่นตระหนกวิ่งมาเกาะกระจกประตูรถไฟที่ค่อยๆ ปิดลงและล็อกสนิท

ฉันยืนนิ่ง สบตาเขาระหว่างที่กระจกกั้นกลาง ฉันยกมือขึ้นแตะที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจไปให้เขา เป็นรอยยิ้มของการปลดแอก

รถไฟด่วนเคลื่อนตัวออกจากชานชาลา พาร่างของผู้ชายเห็นแก่ตัวและเด็กฝึกงานของเขาพุ่งทะยานออกไปสู่เมืองบอสตัน… ปล่อยให้ฉันยืนสูดอากาศบริสุทธิ์บนชานชาลา ความรู้สึกคลื่นไส้วิงเวียนเมื่อครู่มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง ราวกับว่าต้นเหตุของอาการป่วยไม่ใช่การตั้งครรภ์ แต่เป็นผู้ชายคนนั้นต่างหาก

ฉันเดินไปนั่งที่ม้านั่งยาวในสถานี หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา สิ่งแรกที่ฉันทำไม่ใช่การร้องไห้ แต่เป็นการกดโทรออกหาออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่งงานที่บอสตัน

“ฮัลโหล แคลร์คะ… ฉันนิสานะคะ ใช่ค่ะ… ฉันโทรมาคอนเฟิร์มว่า งานแต่งงานในวันเสาร์นี้… ฉันขอยกเลิกทั้งหมดค่ะ”

ปลายสายตกใจจนแทบจะทำโทรศัพท์ตก “โอ้พระเจ้า! นิสา เกิดอะไรขึ้นคะ? ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้วนะ ดอกไม้ สถานที่ แขกเหรื่อ…”

“ฉันยินดีจ่ายค่าปรับและค่าเสียหายตามสัญญาที่ระบุไว้ทุกเซนต์ค่ะ แคลร์ช่วยส่งบิลมาที่อีเมลฉันได้เลย แล้วฝากแจ้งพนักงานโรงแรมด้วยนะคะว่าให้ยกเลิกห้องสวีทสำหรับบ่าวสาวไปเลย” ฉันตอบอย่างเด็ดขาด

หลังจากวางสายจากแคลร์ ฉันจัดการโทรหาคุณพ่อคุณแม่ที่เมืองไทย เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ท่านฟังด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งที่สุด พ่อกับแม่ไม่ถามเหตุผลให้มากความ ท่านพูดเพียงแค่ว่า “กลับบ้านเรานะลูก ลูกคนเดียวพ่อกับแม่เลี้ยงได้ อย่าไปทนอยู่กับผู้ชายพรรค์นั้นเลย” น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลออกมา ฉันรู้แล้วว่าความรักที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร

ขั้นต่อไป ฉันส่งข้อความสั้นๆ เข้าไปในกลุ่มไลน์ที่มีครอบครัวและเพื่อนสนิทของภพอยู่รวมกัน
‘นิสากับภพขอยกเลิกงานแต่งงานและยุติความสัมพันธ์ลงตั้งแต่วันนี้ ขออภัยทุกท่านที่ทำให้เสียเวลาค่ะ’

และสุดท้าย… ฉันกดบล็อกเบอร์โทรศัพท์ บล็อกไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และทุกช่องทางการติดต่อของภพอย่างถาวร

ฉันลุกขึ้นยืน ลากกระเป๋าเดินทางออกจากสถานีรถไฟ โบกแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังอพาร์ตเมนต์ จัดการเก็บข้าวของทุกชิ้นที่เป็นของตัวเอง และจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุดเพื่อกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทยกับลูกน้อยในท้อง… โดยทิ้งทุกอย่างที่เป็นความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นไว้เบื้องหลัง

สี่ชั่วโมงต่อมา ณ เมืองบอสตัน…

ภพก้าวลงจากรถไฟพร้อมกับริน เขามองหาฉันทั่วทั้งชานชาลา เขาคิดว่าฉันคงไปเปลี่ยนตั๋วและนั่งรถไฟขบวนถัดไปตามมาอย่างแน่นอน เพราะในสายตาของเขา ฉันคือผู้หญิงที่รักเขามาก ยอมเขามาตลอด และที่สำคัญคือฉันกำลังท้อง ฉันไม่มีทางหนีเขาไปไหนพ้น

เขาพยายามโทรหาฉัน แต่กลับพบว่าถูกบล็อกเบอร์ เขาเริ่มหงุดหงิดแต่ก็ยังคงชะล่าใจ
“คงจะงอนตามประสาคนท้องแหละ เดี๋ยวพอไปถึงโรงแรม เห็นสถานที่จัดงานสวยๆ ก็คงหายโกรธไปเอง” เขากระซิบบอกตัวเอง

แต่เมื่อภพเดินทางไปถึงโรงแรมระดับหรูที่ใช้เป็นสถานที่จัดงาน สิ่งที่รอเขาอยู่ไม่ใช่ว่าที่เจ้าสาวที่มารอง้อ… แต่เป็นผู้จัดการโรงแรมที่เดินหน้าเคร่งเข้ามาหาเขา

“คุณภพใช่ไหมครับ? ทางเราได้รับแจ้งจากคุณนิสาเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน ว่าขอยกเลิกการจัดงานแต่งงาน การจองห้องพัก แบงเควท และทุกอย่างทั้งหมดแล้วครับ ทางคุณนิสาได้โอนเงินชำระค่าปรับเต็มจำนวนเรียบร้อยแล้ว และสั่งให้เราเคลียร์พื้นที่ทันที”

“ย… ยกเลิก? คุณพูดบ้าอะไร! งานแต่งของผมจะยกเลิกได้ยังไง! นิสาอยู่ไหน!” ภพตะคอกเสียงดังลั่น ล็อบบี้โรงแรม

“คุณนิสาไม่ได้เดินทางมาที่บอสตันครับ และเธอย้ำอย่างชัดเจนว่า หากคุณมาถึง ให้แจ้งว่าทุกอย่างระหว่างคุณกับเธอ… จบลงแล้ว”

ภพยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า มือของเขาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทา เขาเพิ่งกดเปิดอ่านข้อความในกลุ่มครอบครัว เสียงโทรศัพท์จากแม่ของเขาดังระงมด่าทอเขาที่ทำให้งานแต่งล่มและครอบครัวต้องอับอายขายหน้า

ริน เด็กฝึกงานที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มมีสีหน้าเลิ่กลั่ก เมื่อรู้ว่าผู้ชายที่เธอกำลังพยายามจับ ตอนนี้ได้สูญเสียคู่หมั้นผู้เพียบพร้อมที่คอยซัพพอร์ตชีวิตเขามาตลอดไปแล้ว

ภพทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาของล็อบบี้โรงแรมอย่างหมดสภาพ เขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า การสละที่นั่งริมหน้าต่างให้ผู้หญิงคนอื่นในวันนั้น ไม่ได้ทำให้เขาเสียแค่ที่นั่ง… แต่เขาได้สูญเสียผู้หญิงที่รักเขาที่สุด สูญเสียลูกในไส้ และสูญเสียอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปตลอดกาล

เขาถูกทิ้งให้รอเก้ออยู่ที่บอสตัน… ท่ามกลางความว่างเปล่าและงานแต่งงานที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!